สุขภาพลูกรัก » เงินสงเคราะห์บุตร ที่คุณแม่ต้องรู้

เงินสงเคราะห์บุตร ที่คุณแม่ต้องรู้

2 April 2019
1141   0

เงินสงเคราะห์บุตร หรือ ที่เรียกกันง่ายๆว่า เงินค่าคลอดลูก ของประกันสังคมนั้น เป็นเงินที่ผู้ประกันตนควรจะต้องได้ วันนี้เราลองมาดูรายละเอียดกันแบบง่ายๆ ตามสไตล์ DaddyDat กันนะครับ  

การประกันสังคม เป็นการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตแก่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับผิดชอบในการเฉลี่ยความเสี่ยงที่เกิดจากการเจ็บป่วย ชราภาพ ทุพพลภาพ ตาย ว่างงาน รวมถึงคลอดบุตร และการสงเคราะห์บุตรที่สิทธิประกันสังคมที่คุณแม่ต้องรู้ จะมีสิทธิอะไรบ้างไปดูกันนะครับผม

การฝากครรภ์

สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนหรือคู่สมรส มีการฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ โดยสนับสนุนค่าฝากครรภ์เพิ่มเติม 1,000 บาท ในกรณีเข้ารับบริการฝากครรภ์ ที่สถานพยาบาล โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้

  • อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 500 บาท
  • อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 300 บาท
  • อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 200 บาท

ผู้มีสิทธิได้รับค่าตรวจและรับฝากครรภ์

ได้รับสิทธิทั้งผู้ประกันตนหญิงและผู้ประกันตนชาย
โดยผู้ประกันตนต้องสำรองจ่ายและนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกเงินคืนได้ และสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนในส่วนค่าตรวจและรับฝากครรภ์เพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตร

กรณีคลอดบุตร

คุณแม่ผู้ที่เป็นผู้ประกันตน สามารถเบิกค่าคลอดบุตรประกันสังคมได้ ทั้งกรณีผ่าคลอด และคลอดธรรมชาติ จะได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายจำนวน 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรต่อครั้ง (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)  สามารถเบิกค่าหยุดงานได้ ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ยเป็นระยะเวลา 90 วัน เบิกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิ

  • จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร
  • สำหรับการใช้สิทธิบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับสิทธิเงินสงเคราะห์การหยุดงาน
  • กรณีสามีและภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ให้ใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เอกสารเพื่อใช้รับสิทธิ
  • สำเนาสูติบัตรบุตร 1 ชุด
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอ

เงินสงเคราะห์บุตร ประกันสังคม

 ได้รับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่าย เดือนละ 600 บาทต่อบุตรหนึ่งคน หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิ

  • ต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือ มาตรา 39
  • จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนครับ
  • เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน เอกสารเพื่อใช้รับสิทธิ
  • สำเนาสูติบัตรบุตร
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นคำขอ

ก่อนหน้านี้รัฐบาลจ่ายเงินให้กับคุณแม่ที่เข้าร่วมประกันสังคม จำนวนเงิน 400 บาท ต่อเดือนเพิ่งมาเปลี่ยนในปี 2561 นี้เอง โดยในปี 2561 หากใครได้รับในยอด 400 บาทต่อเดือน ทางรัฐบาลจะโอนเงินส่งต่าง 200 บาทต่อเดือนให้ในต้นปี 2562 หากใครไม่ได้รับ ให้รีบแจ้งประกันสังคมที่ใกล้ที่สุดนะครับ

นอกจากนี้ในเรื่องของการจ้างงานนั้น คุณแม่สามารถหยุดงานได้ 90 วันตามกฏหมาย แต่ในหลายๆบริษัท อาจให้หยุดได้มากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทครับ ที่สำคัญอีกอย่างตอนเลือกโรงพยาบาลสำหรับฝากครรภ์และคลอด ให้เลือกโรงพยาบาลที่ตนเองสังกัดประกันสังคมอยู่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเนื่องจากหากไม่ได้เลือกโรงพยาบาลที่ตนเองสังกัดอยู่ ทางผู้ประกันตน จะต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองก่อน แล้วค่อยมาเบิกกับสำนักงานประกันสังคม

คำถามสุดฮิตอีกอย่างคือ ผ่าคลอดสามารถเบิกประกันสังคมได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ แต่ก็จะได้ที่จำนวน 13,000 บาท เช่นกัน ไม่ได้ค่าผ่าคลอดเพิ่ม สรุปง่ายๆ ไม่ว่าจะคลอดแบบไหนก็จ่ายที่หนึ่งหมื่นสามพันบาท นั่นแหละครับ แต่ค่าใช้จ่ายในการผ่าคลอด หากเป็นโรงพยาบาลเอกสาร อย่างต่ำๆ ก็ 25,000 บาทดังนั้น ลองบริหารการเงินและวิธีการคลอดดูให้ดี หากมีเงินไม่มากเท่าไร ลองคลอดธรรมชาติดูก่อน หากไม่ไหวจริงๆ ค่อยแจ้งหมอให้ผ่าคลอดครับ